ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ใบงานที่ 3 การจัดการข้อมูลและข้อความ

ใบงานที่ 3

ใบงานที่ 3.1
การจัดการข้อมูลและข้อความ
จุดประสงค์
1. นักเรียนสามารถจัดการข้อมูลลิสต์ได้

การจัดการลิสต์
 
การจัดข้อมูลแบบลิตส์ มี 5 แบบได้แก่
1. การสร้างลิสต์ หมายถึง การสร้างตัวแปรเก็บข้อมูลแบบลิสต์ มีวิธีการ คือ การกำหนดชื่อลิสต์ และมีเครื่องหมายเท่ากับ (=) จากนั้นใช้เครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยมเปิด ([) แล้วมีข้อมูลที่ต้องการเก็บอยู่ในเครื่องหมายวงเล็บเหลี่ยมเปิดและปิด ถ้าต้องการเก็บข้อมูลที่เป็นตัวเลขใช้เพียงเครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นกลางระหว่างข้อมูล แต่ถ้าเป็นข้อมูลชนิดสายอักขระให้พิมพ์ไว้ในเครื่องหมายอัญประกาศ("")
รูปแบบคำสั่ง

ชื่อลิสต์ = [ ข้อมูลลำดับที่0, ข้อมูลลำดับที่1, ข้อมูลลำดับที่2, ...ข้อมูลลำดับสุดท้าย ]

ตัวแปรลิตส์มีการเก็บข้อมูล 4 ลักษณะได้แก่
1.1 ลิตส์แบบเก็บข้อมุลเลขจำนวนอย่างเดียว
ทดลอง
MyList = [2550, 2551, 2552, 2553, 2554] 
ผลการทดลอง……จากการทดลอง จะยังไม่มีการแสดงตัวเลข……..
การทำงานของคำสั่ง………………คำสั่งนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลตัวเลขทั้งหมดที่ My List……………………
1.2 ลิตส์แบบเก็บข้อมูลข้อความอย่างเดียว
ทดลอง
MyList = ["ant", "dog", "cat", "rat", "bird"] 
 
ผลการทดลอง……………จากการทดลอง จะยังไม่มีการแสดงข้อความ…………………..
การทำงานของคำสั่ง…………คำสั่งนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลข้อความทั้งหมดที่ My List………………
1.3 ลิตส์แบบเก็บข้อมูลตัวเลขผสมกับข้อมูลข้อความ
ทดลอง
 
MyList = ["ant", 2, 3, "rat"] 
 
ผลการทดลอง………………จากการทดลอง จะยังไม่มีการแสดงข้อความและตัวเลข………………..
การทำงานของคำสั่ง……………คำสั่งนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลข้อความและตัวเลขทั้งหมดที่ My List………………

1.4 ลิตส์แบบเก็บข้อมูลลิสต์ย่อย คือ มีการเก็บข้อมูลลิตส์ชุดย่อยๆ อยู่ภายในตัวแปรลิตส์ ข้อมูลทั้งหมดอาจเป็นตัวแปรลิตส์ย่อยทั้งหมด หรือผสมกับข้อมูลเลขจำนวน ข้อความก็ได้
ทดลอง
SubList = [["Python", "Programming","Language"],["This is", "a SubList"]]
ผลการทดลอง………………จากการทดลอง จะยังไม่มีการแสดงข้อความ……………..
การทำงานของคำสั่ง………คำสั่งนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลข้อความแบบมีลิสต์ย่อยทั้งหมดที่ Sub List……………

SubList = [1, 2,3,["This is", "a SubList"]] 
 
ผลการทดลอง………………จากการทดลอง จะยังไม่มีการแสดงข้อความและตัวเลข…………………………..
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลข้อความแบบมีลิสต์ย่อยทั้งหมดที่ Sub List………

SubList = ["Programming","Language",["This is", "a SubList"]] 
 
ผลการทดลอง…………จากการทดลอง จะยังไม่มีการแสดงข้อความ……………..
การทำงานของคำสั่ง………คำสั่งนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลข้อความแบบมีลิสต์ย่อยทั้งหมดที่ Sub List…………

2. การเข้าถึงลิสต์ มีวิธีการง่าย ๆ ตามหลักการของอะเรย์ที่ใช้ดัชนีชี้ตำแหน่งข้อมูล

รูปแบบคำสั่ง

คำสั่งที่ต้องการเข้าถึงข้อมูล ชื่อลิสต์ [ตำแหน่งข้อมูล]

แบบที่ 1 เข้าถึงข้อมูลโดยใช้ดัชนีชี้ตำแหน่งเริ่มต้นไปหาข้อมูลลำดับสุดท้าย โดยการใช้ดัชนี 0สหรับข้อมูลตำแหน่งเริ่มต้น และสหรับตำแหน่งต่อ ๆ ไปให้เพิ่มค่าดัชนีครั้ง 1 ไปเรื่อย ๆ

ทดลอง
MyList = ["ant", "dog", "cat", "rat", "bird"]
 
การทำงานของคำสั่ง…………คำสั่งนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลข้อความทั้งหมดที่ My List……………… 
 
print MyList[0]
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อมูลข้อความของ My List ตำแหน่ง 0……
print MyList[1]
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อมูลข้อความของ My List ตำแหน่ง 1………
print MyList[2]
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อมูลข้อความของ My List ตำแหน่ง 2………
print MyList[3]
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อมูลข้อความของ My List ตำแหน่ง 3………
print MyList[4]
ผลการทดลอง……คำสั่งนี้จะเป็นการเริ่มเก็บข้อมูลข้อความที่ MyList และนำมาแสดงทีละตำแหน่ง……..



แบบที่ 2 การเข้าถึงข้อมูลโดยใช้ดัชนีชี้ตำแหน่งข้อมูลลำดับสุดท้ายไปหาข้อมูลตำแหน่งเริ่มต้น โดยการใช้ดัชนีที่เป็นค่าลบชี้ข้อมูลตำแหน่งสุดท้ายที่-1 และตำแหน่งต่อไปลดค่าดัชนีลงครั้งละ1ไปเรื่อย ๆ

MyList = ["ant", "dog", "cat", "rat", "bird"]
 
การทำงานของคำสั่ง……คำสั่งนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลข้อความทั้งหมดที่ My List…………
print MyList[-5]
การทำงานของคำสั่งคำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อมูลข้อความของ My List ตำแหน่ง -5……
print MyList[-4]
การทำงานของคำสั่งคำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อมูลข้อความของ My List ตำแหน่ง -4……
print MyList[-3]
การทำงานของคำสั่งคำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อมูลข้อความของ My List ตำแหน่ง -3……
print MyList[-2]
การทำงานของคำสั่งคำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อมูลข้อความของ My List ตำแหน่ง -2……
print MyList[-1]
การทำงานของคำสั่งคำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อมูลข้อความของ My List ตำแหน่ง -1……
ผลการทดลอง..คำสั่งนี้จะเป็นการเริ่มเก็บข้อมูลข้อความที่ My List และนำมาแสดงทีละตำแหน่งโดยระบุเป็นตัวเลขติดลบ

แบบที่ 3การเข้าถึงข้อมูลลิสต์ย่อย การเข้าถึงข้อมูลในลิสต์ย่อย ทำได้โดยระบุตำแหน่งข้อมูลในลิสต์ย่อยดังนี้
รูปแบบคำสั่ง

คำสั่งที่ต้องการเข้าถึงข้อมูล ชื่อลิสต์ [ตำแหน่งของลิสต์ย่อย][ตำแหน่งข้อมูล]

ทดลอง
SubList = ["Programming","Language",["This is", "a sublist"]] 
 
การทำงานของคำสั่ง………คำสั่งนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลข้อความทั้งหมดที่ My List แบบมีลิสต์ย่อย………
print Sublist [2][1] 
 
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อมูลข้อความของ Sub List ตำแหน่ง 2 และ 1…………
ผลการทดลอง……จะเปนการแสดงคำวา a sublist……











3. การกำหนดตำแหน่งของลิสต์
การกำหนดช่วงตำแหน่งของลิสต์ ในภาษาไพธอน เรียกว่า slicing คือการกำหนดเซตย่อยของลิสต์ เพื่อให้ผู้ใช้ เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการกำหนดข้อมูลเริ่มต้นและข้อมูลสุดท้ายที่ต้องการ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นข้อมูลที่มีตำแหน่งเรียงลำดับต่อเนื่องกัน การเข้าถึงข้อมูลที่กำหนดช่วงไว้ใช้วิธีเดียวกับการเข้าถึงข้อมูลปกติ คือ ใช้การระบุดัชนี อยู่ในวงเล็บเหลี่ยม

ทดลอง
monthList = ["January", "February", "March", "April", "May", "June","July", 
 
"August","September", "October", "November", "December"]
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งนี้จะเป็นการเก็บข้อมูลข้อความทั้งหมดที่ monthList

firstHalf = monthList[:6]
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งนี้จะเป็นการสั่งให้ firstHalf เป็น monthList ก่อน 6 ตำแหน่งแรก…………

secondHalf = monthList[6:]
การทำงานของคำสั่ง………คำสั่งนี้จะเป็นการสั่งให้ secondHalf เป็น monthList หลัง 6 ตำแหน่งแรก……………

midHalf = monthList[4:9]
การทำงานของคำสั่ง...คำสั่งนี้จะเป็นการสั่งให้ midHalf เป็น monthList ตำแหน่งหลัง 4 และก่อน 9…………

print ('firstHalf :' )
การทำงานของคำสั่ง……คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อความ firstHalf : …………

print (firstHalf)
การทำงานของคำสั่ง……คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อความที่เก็บอยู่ใน firstHalf …………

print ('secondHalf :' )
การทำงานของคำสั่ง…………คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อความ secondHalf :…………

print (secondHalf)
การทำงานของคำสั่ง…………คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อความที่เก็บอยู่ใน secondHalf…………

print ('midHalf :' )
การทำงานของคำสั่ง…………คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อความ midHalf : …………

print (midHalf)
ผลการทดลอง……………คำสั่งนี้จะเป็นการแสดงข้อความที่เก็บอยู่ใน midHalf…………









4. การเพิ่มและลบข้อมูลลิสต์
การเพิ่มข้อมูลเข้าไปในลิสต์และการลบข้อมูลออกจากลิสต์ เป็นจุดเด่นของโปรแกรมภาษาไพธอน ทำได้โดยการใช้คำสั่งที่เป็นเมท็อด หรือฟังก์ชันที่มีไว้ให้ใช้อยู่แล้ว
การเพิ่มข้อมูล
แบบที่ 1 การเพิ่มข้อมูลเพียงข้อมูลเดียว ต่อเนื่องจากข้อมูลสุดท้าย
รุปแบบคำสั่ง 
 
ชื่อลิตส์. append( ข้อมูลที่เพิ่มเข้าในลิตส์
 
ทดลอง
Mylist = ["a", "b", "c", "d", "e", "f", "g"]
การทำงานของคำสั่ง……ประกาศตัวแปรที่ชื่อ Mylist กำหนดข้อมูลแบบเรียงลำดับตัวอักษร………

Mylist.append(“h”)
การทำงานของคำสั่ง………… คำสั่งให้เพิ่มข้อมูล h เข้ามาในตัวแปร Mylist………

print Mylist
การทำงานของคำสั่ง ………คำสั่งให้แสดงข้อมูลที่อยู่ภายใน Mylist…...............

ผลการทดลอง …การเพิ่มข้อมูลเข้าไปในลิสต์และการลบข้อมูลออกจากลิสต์ เป็นจุดเด่นของโปรแกรมภาษาไพธอน วิธีการเพิ่มด้วยคำสั่งที่เป็นเมท็อด หรือฟังก์ชันที่มีไว้ให้ใช้อยู่แล้ว เช่น คำสั่งเพื่อเพิ่ม ได้แก่ append()  เป็นการเพิ่มข้อมูลเพียงข้อมูลเดียว ต่อเนื่องจากข้อมูลสุดท้าย และคำสั่ง insert  สำหรับการระบุลำดับที่ต้องการให้ข้อมูลแทรกในแถวตามต้องการ และ extent() เป็นการเพิ่มข้อมูลต่อเนื่องด้วยจำนวนหลาย ๆ ข้อมูลที่เป็นลิสต์ สำหรับการลบสามารถใช้ เมท็อด pop() โดยการระบุตำแหน่งและ remove() โดยการระบุชื่อข้อมูล สำหรับคำสั่ง del เป็นฟังก์ชันที่ต้องการลบในจำนวนมาก 

แบบที่ 2 การแทรกข้อมูลใหม่ หรือการเพิ่มข้อมูลใหม่โดยระบุตำแหน่งข้อมูลในลำดับที่ต้องการ
รุปแบบคำสั่ง 
 
ชื่อลิตส์.insert(ตำแหน่งข้อมูล, ข้อมูล
 
Mylist = ["a", "b", "c", "d", "e", "f", "g"]
การทำงานของคำสั่ง……ประกาศตัวแปรที่ชื่อ Mylist กำหนดข้อมูลแบบเรียงลำดับตัวอักษร…..

Mylist.insert(3, *)
การทำงานของคำสั่ง………… คำสั่งให้แทรกข้อมูลในตำแหน่งที่ 3 ข้อมูล * ไปที่ Mylist……………

print Mylist
การทำงานของคำสั่ง…………คำสั่งให้แสดงข้อมูลที่อยู่ภายใน Mylist………

ผลการทดลอง ……การเพิ่มข้อมูลเข้าไปในลิสต์และการลบข้อมูลออกจากลิสต์ เป็นจุดเด่นของโปรแกรมภาษาไพธอน วิธีการเพิ่มด้วยคำสั่งที่เป็นเมท็อด หรือฟังก์ชันที่มีไว้ให้ใช้อยู่แล้ว เช่น คำสั่งเพื่อเพิ่ม ได้แก่ append()  เป็นการเพิ่มข้อมูลเพียงข้อมูลเดียว ต่อเนื่องจากข้อมูลสุดท้าย และคำสั่ง insert  สำหรับการระบุลำดับที่ต้องการให้ข้อมูลแทรกในแถวตามต้องการ และ extent() เป็นการเพิ่มข้อมูลต่อเนื่องด้วยจำนวนหลาย ๆ ข้อมูลที่เป็นลิสต์ สำหรับการลบสามารถใช้ เมท็อด pop() โดยการระบุตำแหน่งและ remove() โดยการระบุชื่อข้อมูล สำหรับคำสั่ง del เป็นฟังก์ชันที่ต้องการลบในจำนวนมาก ......

แบบที่ 3 การเพิ่มข้อมูลต่อเนื่องด้วยจำนวนหลาย ๆ ข้อมูล ด้วยข้อมูลที่เป็นลิสต์ 
 
รุปแบบคำสั่ง
 
ชื่อลิตส์.extent(ชื่อลิตส์ย่อย
 
Mylist = ["a", "b", "c", "d", "e", "f", "g"]
 
การทำงานของคำสั่ง………ประกาศตัวแปรที่ชื่อ Mylist กำหนดข้อมูลแบบเรียงลำดับตัวอักษร………

Sublist=[1,2,3]
Mylist.extent(Sublist)
การทำงานของคำสั่ง…………  คำสั่งให้แทรกข้อมูล Sublist เข้าไปที่ Mylist…………

print Mylist
การทำงานของคำสั่ง……………… คำสั่งให้แสดงข้อมูลที่อยู่ภายใน Mylist………………

ผลการทดลอง…การเพิ่มข้อมูลเข้าไปในลิสต์และการลบข้อมูลออกจากลิสต์ เป็นจุดเด่นของ
โปรแกรมภาษาไพธอน วิธีการเพิ่มด้วยคำสั่งที่เป็นเมท็อด หรือฟังก์ชันที่มีไว้ให้ใช้อยู่แล้ว เช่น คำสั่งเพื่อเพิ่ม ได้แก่ append()  เป็นการเพิ่มข้อมูลเพียงข้อมูลเดียว ต่อเนื่องจากข้อมูลสุดท้าย และคำสั่ง insert  สำหรับการระบุลำดับที่ต้องการให้ข้อมูลแทรกในแถวตามต้องการ และ extent() เป็นการเพิ่มข้อมูลต่อเนื่องด้วยจำนวนหลาย ๆ ข้อมูลที่เป็นลิสต์ สำหรับการลบสามารถใช้ เมท็อด pop() โดยการระบุตำแหน่งและ remove() โดยการระบุชื่อข้อมูล สำหรับคำสั่ง del เป็นฟังก์ชันที่ต้องการลบในจำนวนมาก ...

5. การลบข้อมูล
แบบที่ 1 การลบโดยการระบุตำแหน่งข้อมูล
รูปแบบคำสั่ง
ชื่อลิตส์.pop ( ตำแหน่งข้อมูลที่ต้องการลบ
 
ทดลอง

Mylist = ["a", "b", "c", "d", "e", "f", "g"]
การทำงานของคำสั่ง………ประกาศตัวแปรที่ชื่อ Mylist กำหนดข้อมูลแบบเรียงลำดับตัวอักษร………

print Mylist
การทำงานของคำสั่ง…………… คำสั่งให้แสดงข้อมูลที่อยู่ภายใน  Mylist ทางหน้าจอ…………… 
 
Mylist.pop(3)
การทำงานของคำสั่ง………………คำสั่งให้ลบข้อมูลลำดับที่ 3 ในตัวแปร Mylist……………

print Mylist
การทำงานของคำสั่ง…………… คำสั่งให้แสดงข้อมูลที่อยู่ภายใน Mylist……………………

ผลการทดลอง …… การเพิ่มข้อมูลเข้าไปในลิสต์และการลบข้อมูลออกจากลิสต์ เป็นจุดเด่นของ
โปรแกรมภาษาไพธอน วิธีการเพิ่มด้วยคำสั่งที่เป็นเมท็อด หรือฟังก์ชันที่มีไว้ให้ใช้อยู่แล้ว เช่น คำสั่งเพื่อเพิ่ม ได้แก่ append()  เป็นการเพิ่มข้อมูลเพียงข้อมูลเดียว ต่อเนื่องจากข้อมูลสุดท้าย และคำสั่ง insert  สำหรับการระบุลำดับที่ต้องการให้ข้อมูลแทรกในแถวตามต้องการ และ extent() เป็นการเพิ่มข้อมูลต่อเนื่องด้วยจำนวนหลาย ๆ ข้อมูลที่เป็นลิสต์ สำหรับการลบสามารถใช้ เมท็อด pop() โดยการระบุตำแหน่งและ remove() โดยการระบุชื่อข้อมูล สำหรับคำสั่ง del เป็นฟังก์ชันที่ต้องการลบในจำนวนมาก ....

แบบที่ 2 การลบโดยการระบุชื่อข้อมูลที่ต้องการลบ
รุปแบบคำสั่ง
ชื่อลิตส์.remove (ข้อมูลที่ต้องการลบ
 
ทดลอง
Mylist = ["a", "b", "c", "d", "e", "f", "g"]
การทำงานของคำสั่ง………ประกาศตัวแปรที่ชื่อ Mylist กำหนดข้อมูลแบบเรียงลำดับตัวอักษร………

print Mylist
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งให้แสดงข้อมูลที่อยู่ภายใน  Mylist ทางหน้าจอ……………

Mylist.remove (“a”)
การทำงานของคำสั่ง……………คำสั่งให้ลบข้อมูล a ในตัวแปร Mylist……………

print Mylist
การทำงานของคำสั่ง……คำสั่งให้แสดงข้อมูลที่อยู่ภายใน Mylist =  Mylist = ["b", "c", "d", "e", "f", "g"]…………

ผลการทดลอง …การเพิ่มข้อมูลเข้าไปในลิสต์และการลบข้อมูลออกจากลิสต์ เป็นจุดเด่นของโปรแกรมภาษาไพธอน วิธีการเพิ่มด้วยคำสั่งที่เป็นเมท็อด หรือฟังก์ชันที่มีไว้ให้ใช้อยู่แล้ว เช่น คำสั่งเพื่อเพิ่ม ได้แก่ append()  เป็นการเพิ่มข้อมูลเพียงข้อมูลเดียว ต่อเนื่องจากข้อมูลสุดท้าย และคำสั่ง insert  สำหรับการระบุลำดับที่ต้องการให้ข้อมูลแทรกในแถวตามต้องการ และ extent() เป็นการเพิ่มข้อมูลต่อเนื่องด้วยจำนวนหลาย ๆ ข้อมูลที่เป็นลิสต์ สำหรับการลบสามารถใช้ เมท็อด pop() โดยการระบุตำแหน่งและ remove() โดยการระบุชื่อข้อมูล สำหรับคำสั่ง del เป็นฟังก์ชันที่ต้องการลบในจำนวนมาก .....

แบบที่ 3การลบข้อมูลเป็นจำนวนมากโดยระบุดัชนีตำแหน่งเริ่มต้นและตำแหน่งสุดท้ายของข้อมูลที่จะลบ
รุปแบบคำสั่ง
del ชื่อลิตส์ _[ดัชนีตำแหน่งแรก : ดัชนีตำแหน่งสุดท้าย]
Mylist = ["a", "b", "c", "d", "e", "f", "g"]
การทำงานของคำสั่ง…ประกาศตัวแปรที่ชื่อ Mylist กำหนดข้อมูลแบบเรียงลำดับตัวอักษร
print Mylist
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งให้แสดงข้อมูลที่อยู่ภายใน Mylist ทางหน้าจอ…………
del Mylist [0:2]
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งให้ลบข้อมูลลำดับที่ 0 กับ 2
print Mylist
การทำงานของคำสั่ง……คำสั่งให้แสดงข้อมูลที่อยู่ภายใน Mylist ทางหน้าจอ……
del Mylist [-1 : -2]
การทำงานของคำสั่ง……คำสั่ง del เป็นฟังก์ชันที่ต้องการลบในจำนวนมาก……
print Mylist
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งให้แสดงข้อมูลที่อยู่ภายใน Mylist ทางหน้าจอ

ผลการทดลอง ……การเพิ่มข้อมูลเข้าไปในลิสต์และการลบข้อมูลออกจากลิสต์ เป็นจุดเด่นของโปรแกรมภาษาไพธอน วิธีการเพิ่มด้วยคำสั่งที่เป็นเมท็อด หรือฟังก์ชันที่มีไว้ให้ใช้อยู่แล้ว เช่น คำสั่งเพื่อเพิ่ม ได้แก่ append() เป็นการเพิ่มข้อมูลเพียงข้อมูลเดียว ต่อเนื่องจากข้อมูลสุดท้าย และคำสั่ง insert สำหรับการระบุลำดับที่ต้องการให้ข้อมูลแทรกในแถวตามต้องการ และ extent() เป็นการเพิ่มข้อมูลต่อเนื่องด้วยจำนวนหลาย ๆ ข้อมูลที่เป็นลิสต์ สำหรับการลบสามารถใช้ เมท็อด pop() โดยการระบุตำแหน่งและ remove() โดยการระบุชื่อข้อมูล สำหรับคำสั่ง del เป็นฟังก์ชันที่ต้องการลบในจำนวนมาก ...



5. การเรียงลำดับ การเรียงลำดับข้อมูลลิสต์คือการจัดเรียงลำดับข้อมูลในลิสต์ การเรียงลำดับมีสองแบบได้แก่
แบบที่ 1 เรียงลำดับจากค่าน้อยไปค่ามากสำหรับข้อมูลเลขจำนวน และสำหรับข้อความเรียงตามลำดับของตัวอักษรจากตัวแรกไปหาอักษรตัวสุดท้าย
รูปแบบคำสั่ง
ชื่อลิตส์.sort()

แบบที่ 2 เรียงลำดับจากค่ามากไปค่าน้อยสำหรับข้อมูลเลขจำนวน และสำหรับข้อความใช้การเรียงตามลำดับของตัวอักษรจากสุดท้ายไปหาลำดับแรก
รูปแบบคำสั่ง
ชื่อลิตส์.reverse()

Mylist = ["a", "c", "z", "d", "3", "30", "g"]
การทำงานของคำสั่ง…ประกาศตัวแปรและข้อมูลที่จะทำการเก็บเป็นข้อมูลแบบตัวเลขและตัวอักษร

print Mylist
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งให้แสดงข้อมูลภายใน Mylist ทางหน้าจอ…… 
 
Mylist.sort()
การทำงานของคำสั่ง…เรียงลำดับจากค่าน้อยไปค่ามากสำหรับข้อมูลเลขจำนวน และสำหรับข้อความเรียงตามลำดับของตัวอักษรจากตัวแรกไปหาอักษรตัวสุดท้าย

print Mylist
การทำงานของคำสั่ง……คำสั่งให้แสดงข้อมูลภายใน Mylist ทางหน้าจอ……

Mylist.reverse ()
การทำงานของคำสั่ง…เรียงลำดับจากค่ามากไปค่าน้อยสำหรับข้อมูลเลขจำนวน และสำหรับข้อความใช้การเรียงตามลำดับของตัวอักษรจากสุดท้ายไปหาลำดับแรก

print Mylist
การทำงานของคำสั่ง…คำสั่งให้แสดงข้อมูลภายใน Mylist ทางหน้าจอMylist = ["z", "g", "d", "c", "a", "30", "3"]

ผลการทดลอง…ลิสต์เป็นชนิดตัวแปรที่มีการเก็บข้อมูลในลักษณะการเรียงลำดับ ภายในตัวแปร ตัวเดียวจะมีข้อมูลได้หลาย ๆ ข้อมูลเรียงลำดับต่อเนื่องกัน ในภาษาวิชวลเบสิก และภาษาอื่น ๆ จะเรียกว่า อะเรย์....

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ใบงานที่ 2 ตัวแปร อินพุต เอาต์พุต ในภาษาไพธอน

คำสั่งที่ 1 จงเขียนโปรแกรมที่ 1 แล้ว run โปรแกรม และเก็บภาพเพื่อนำประกอบการอธิบายรายละเอียดคำสั่ง ลงในBlogger โปรแกรมที่ 1             decimalvar = 10  \\ คำสั่งให้   decimalvar = 10           print "decimalvar = 10 -->", decimalvar  \\ คำสั่งให้แสดงค่า decimalvar = 10  --> , decimalvar           octal=010 \\  คำสั่งให้   octal = 010           print "octalvar = 010 -->",octal \\  คำสั่งให้แสดงค่า  octalvar = 010 --> ,octal           hexadecimalvar=0x10 \\  คำสั่งให้   hexadecimalvar = 0x10           print "hexadecimalvar=0x10 -->", hexadecimalvar           \\  คำสั่งให้แสดงค่า ...

ใบงานที่ 1 การเขียนโปรแกรมภาษาไพธอนเบื้องต้น

สรุปความรู้จากใบงานที่ 1  จากคำสั่งที่ 1 จะเป็นการติดตั้งโปรแกรมภาษาไพธอน โดยใช้เครื่องมือ software menager (โปรแกรมการจัดการซอฟต์แวร์) โดยการ 1.1 Menu ->  โปรแกรมการจัดการซอฟต์แวร์        1.2  กรอกรหัสผ่าน    1.3      ค้นหา python    1.4      ติดตั้ง Python    1.5      ค้นหา python-tk    1.6      ติดตั้ง Python-tk    1.7      ค้นหา geany    1.8      ติดตั้ง geany จากคำสั่งที่ 2 จะเป็นการทดลองเขียนโปรแกรมง่ายๆ คือให้โปรแกรมแสดงคำว่า Hello,Python! ด้วยคำสั่ง print "   "เปิดโปรแกรม geany เขียนโปรแกรม test01.py              2.1  พิมพ์โปรแกรมดังนี้         #!/usr/bin/python         print "Hello, Python!"     ...